เวลาพี่ล็อกซื้อผักสดๆ ผลไม้ฉ่ำๆ มาจากตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต พี่ล็อกก็อยากจะเก็บความสดชื่นนั้นไว้ให้ได้นานที่สุด แต่บางทีแช่ไปไม่กี่วัน อ้าว...น้องเริ่มเหี่ยวหรือช้ำซะแล้ว ปัญหานี้บางทีไม่ได้อยู่ที่ความสดตอนซื้อเพียงอย่างเดียว แต่อาจมาจาก “อุณหภูมิของตู้เย็น” และ “วิธีจัดเก็บผักผลไม้” ที่ยังไม่เหมาะสมพอ รอบนี้พี่ล็อกเลยมีเคล็ดลับง่ายๆ ในการปรับความเย็นของตู้เย็นให้เป๊ะ พร้อมไอเทมลับที่จะช่วยล็อกความสดให้อยู่กับเราไปอีกนานมาฝากกัน
อุณหภูมิในตู้เย็น ควรปรับอย่างไร ?
กุญแจสำคัญในการยืดอายุผักให้สดนาน คือ การควบคุมอุณหภูมิตู้เย็นในช่องธรรมดาให้อยู่ระหว่าง 1 - 4 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผักส่วนใหญ่ เพราะหากปล่อยให้อุณหภูมิต่ำจนเกินไป น้ำในเซลล์ของผักจะแข็งตัว ส่งผลให้ผักเหี่ยวเฉาและเปลี่ยนสีทันทีเมื่อนำออกมาละลาย แต่ถ้าหากอุณหภูมิสูงจนเกินไป ก็จะกลายเป็นการเร่งให้จุลินทรีย์เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและทำให้ผักเน่าเสียก่อนเวลาอันควร

เคล็ดลับน่ารู้อื่นๆ เกี่ยวกับการเก็บผักและผลไม้ในตู้เย็น
การจัดระเบียบและยืดอายุวัตถุดิบในตู้เย็นเป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่ช่วยให้ผักและผลไม้คงความสดใหม่พร้อมใช้งานอยู่เสมอ การรู้วิธีการจัดเก็บที่ถูกต้องไม่เพียงแต่ช่วยรักษาคุณค่าทางอาหารเอาไว้ได้ครบถ้วนเท่านั้น พี่ล็อกลองแล้วยังเห็นว่า สามารถช่วยให้สีสันของจานอาหารที่ทำออกมานั้นดูสวยงามน่ารับประทานในทุกมื้อ
1. ไม่ล้างก่อนเก็บ
ไม่แนะนำให้ล้างผักและผลไม้ก่อนนำไปเก็บเข้าตู้เย็น แต่ควรล้างเฉพาะตอนที่จะนำมาปรุงอาหารหรือนำมารับประทานเท่านั้น เนื่องจากน้ำที่เกาะอยู่จะเพิ่มความชื้นสะสม ซึ่งเป็นตัวการเร่งให้เกิดเชื้อราและทำให้เน่าเสียได้ไวยิ่งขึ้น
2. ไม่แช่ทุกอย่างไว้ในที่เดียว
การจัดเก็บผักชนิดใบและสมุนไพรให้คงความสดใหม่ ควรแช่ไว้ในช่องเก็บผัก โดยแยกชั้นออกจากผักและผลไม้ชนิดอื่นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการแยกกลุ่มที่มีน้ำหรือความชื้นสูงออกจากกลุ่มที่มีความชื้นต่ำ เพราะหากนำผักและผลไม้ทุกประเภทมาวางรวมกัน ความชื้นที่สะสมและการปนเปื้อนจะเร่งปฏิกิริยาทำให้เน่าเสียและเน่าเปื่อยเร็วขึ้นกว่าปกติ

3. ตรวจสอบวันหมดอายุ
การติดฉลากระบุวันหมดอายุ (EXP) หรือวันที่ควรบริโภคก่อน (BBF) ไว้บนบรรจุภัณฑ์ผักและผลไม้ จะช่วยเตือนความจำไม่ให้เราเก็บไว้ในตู้เย็นนานจนเน่าเสีย อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถวางแผนลำดับเมนูอาหารในแต่ละมื้อได้อย่างแม่นยำและคุ้มค่าที่สุด
4. ตรวจสอบสภาพของอาหาร
ควรเคลียร์ตู้เย็นเป็นประจำทุกๆ 2 - 3 วัน หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อตรวจเช็กและคัดแยกอาหารที่เริ่มเน่าเสียทิ้งไป โดยเฉพาะผลไม้สดที่แม้จะซื้อมาพร้อมกัน แต่บางลูกอาจสุกงอมและเน่าเสียเร็วกว่าปกติ ซึ่งการรีบนำผลไม้ที่เสียเหล่านั้นแยกออกไปทิ้งทันที จะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อราหรือความเน่าเสียลามไปติดส่วนที่เหลือ ทำให้รักษาอาหารส่วนใหญ่ให้สดใหม่และเก็บไว้ทานได้นานขึ้น

5. ใช้ภาชนะบรรจุ อย่างกล่องพลาสติกถนอมอาหาร LocknLock Smart Keep Fresh Container
แครอท บรอกโคลี ขึ้นฉ่าย และกะหล่ำปลี เป็นกลุ่มผักที่ชอบสภาพแวดล้อมที่แห้งและมีอายุการเก็บรักษาได้นาน ดังนั้น วิธีรักษาความสดที่ดีที่สุด คือ การจัดเก็บผักเหล่านี้ไว้ในภาชนะปิดสนิทก่อนแล้วจึงนำไปแช่ในช่องแช่ผักของตู้เย็น ซึ่งวิธีนี้จะช่วยกักเก็บความกรอบอร่อย ป้องกันความชื้นส่วนเกิน และยืดอายุผักไม่ให้เน่าเสียเร็วขึ้น
ซึ่งพี่ล็อกขอแนะนำ กล่องพลาสติกถนอมอาหาร Smart Keep Fresh Containter คุณภาพสูง ผลิตจากพลาสติก PP เนื้อหนา ทนทาน ไม่แตกหักง่าย และปลอดภัยต่อร่างกายด้วยการรับรองจาก SGS ว่า ปราศจากสาร BPA สารตะกั่ว แบคทีเรีย และเชื้อรา มาพร้อมดีไซน์พื้นกล่องทรงคลื่นที่ช่วยลดการสัมผัสของอาหาร พร้อมเพิ่มการหมุนเวียนอากาศ จึงช่วยคงความสดใหม่ได้ยาวนานสูงสุดถึง 31 วัน (ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม)
ตัวกล่องระบบล็อกแน่นสนิท แต่เปิดใช้งานง่าย ออกแบบมาให้วางซ้อนกันได้อย่างเป็นระเบียบ เพื่อประหยัดพื้นที่จัดเก็บ ทั้งยังใช้งานสะดวก เพราะสามารถนำเข้าเครื่องล้างจาน ช่องแช่แข็ง และไมโครเวฟได้อย่างปลอดภัย (เปิดฝาทุกครั้งก่อนเข้าไมโครเวฟ)
- กล่องพลาสติกถนอมอาหารสด คงความสดใหม่
- ผลิตจากพลาสติก PP คุณภาพดี ปลอดภัยต่อร่างกาย
- เทคโนโลยีที่ช่วยคงความสดใหม่ได้ยาวนานถึง 31 วัน *ระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมเป็นหลัก
- ผ่านการตรวจสอบ และรับรองโดย SGS ** ไม่พบสาร BPA สารตะกั่ว แบคทีเรียและเชื้อรา
- ผลิตจากวัสดุที่ช่วยในการยับยั้งแบคทีเรีย ทำให้คงความสดใหม่ของอาหารอย่างยาวนาน
- พื้นกล่องด้านล่างดีไซน์เป็นทรงคลื่น ลดการสัมผัสระหว่างอาหาร และเพิ่มการหมุนเวียนของอากาศได้ดีขึ้น
- ล็อกได้แน่นสนิทและเปิดใช้งานง่าย ตัวกล่องมีความหนา ทนทานและไม่แตกง่าย
- ประหยัดพื้นที่จัดเก็บ ด้วยการออกแบบมาสำหรับการวางซ้อนกันได้อย่างเป็นระเบียบ สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ *เปิดฝาทุกครั้ง และสามารถนำเข้าเครื่องล้างจาน และช่องฟรีซได้
🛒 สั่งซื้อได้ที่ : Link
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
|
แช่ผลไม้ในตู้เย็นกี่องศา ? |
อุณหภูมิที่เหมาะสม คือ ประมาณ 1 - 4 องศาเซลเซียส |
|
ช่องฟรีซตู้เย็นกี่องศา ? |
อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส เหมาะต่อการแช่แข็งวัตถุดิบประเภทเนื้อสัตว์หรือยืดอายุวัตถุดิบให้ยาวนานมากขึ้น |
บทสรุป
การปรับอุณหภูมิตู้เย็นให้เหมาะสมควบคู่ไปกับการเลือกใช้กล่องเก็บอาหารที่ถูกต้องเป็นเคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยยืดอายุความสดใหม่ให้กับวัตถุดิบได้ยาวนานขึ้น
ลองนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้กับตู้เย็นที่บ้านกันดูนะครับ นอกจากจะช่วยลดการทิ้งวัตถุดิบโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังช่วยให้ทุกมื้ออาหารเต็มไปด้วยความสดชื่น รสชาติอร่อยกลมกล่อม และสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนในบ้านได้อย่างแน่นอน พี่ล็อกคอนเฟิร์ม