วิธีทำกิมจิ 4 สูตรยอดนิยม พร้อมเคล็ดลับหมักให้อร่อย กรอบนาน เหมือนร้านเกาหลี

วิธีทำกิมจิ 4 สูตรยอดนิยม พร้อมเคล็ดลับหมักให้อร่อย กรอบนาน เหมือนร้านเกาหลี

ถ้าใครชอบอาหารเกาหลี น่าจะคุ้นเคยกับ "กิมจิ" เครื่องเคียงรสเปรี้ยวเผ็ดที่กินคู่กับเมนูไหนก็อร่อย แต่จริง ๆ แล้วกิมจิไม่ได้มีแค่ผักกาดขาวอย่างเดียวนะครับ เพราะเราสามารถเลือกผักและปรับรสชาติได้ตามชอบ แถมยังทำเองที่บ้านได้ไม่ยากอีกด้วย

พี่ล็อกเลยรวบรวม 4 สูตรกิมจิทำเอง มาให้ลองทำกัน มีทั้งกิมจิผักกาดขาวแบบคลาสสิก กิมจิผักกาดขาวทั้งหัว และกิมจิใบกุยช่าย พร้อมเทคนิคหมักและเก็บกิมจิให้อยู่ได้นาน รสชาติกลมกล่อม และยังคงความสดใหม่


เคล็ดลับและเรื่องควรรู้ ก่อนลงมือทำกิมจิให้อร่อยเป๊ะ

  • การเลือกผักกาดขาว

เลือกหัวที่แน่น ใบด้านนอกสีเขียวสด ลำต้นขาวสะอาด และไม่มีกลิ่นอับหรือกลิ่นดิน จะได้ผักที่หวานและกรอบตามธรรมชาติ


  • เลือกใช้ “พริกป่นเกาหลี (Gochugaru)” เท่านั้น

ไม่แนะนำให้ใช้พริกป่นไทย เพราะพริกป่นเกาหลีให้สีแดงสด เผ็ดน้อย และมีรสหวานกว่า หากใช้พริกป่นไทย กิมจิจะมีรสเผ็ดโดดและสีไม่สวยน่ารับประทานครับ


  • อุณหภูมิน้ำเกลือ และความเข้มข้นของเกลือ

การทำกิมจิให้ได้คุณภาพดี ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก คือ อุณหภูมิ, ความเข้มข้นของน้ำเกลือ และระยะเวลาในการแช่ 

    • อุณหภูมิน้ำเกลือ : 15 - 25 °C

    • ความเข้มข้นน้ำเกลือ : 10 - 14%

    • ระยะเวลาแช่ : 14 - 18 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามชนิดและขนาดของผัก เนื่องจากผักแต่ละชนิดมีขนาด ความแน่นของเนื้อและปริมาณน้ำในผักแตกต่างกัน หากแช่นานเกินไปอาจทำให้ผักนิ่มหรือมีรสเค็มมากเกินไปได้


  • การบีบน้ำและล้างผัก

หลังดองเกลือ ให้ล้างผักด้วยน้ำเย็นสะอาด 3 รอบ เพื่อเอาความเค็มส่วนเกินออก จากนั้นสลัดและบีบน้ำออกให้แห้งสนิท ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะถ้ามีน้ำเหลือเยอะ ซอสหมักจะเจือจาง และทำให้ผักเปื่อยนิ่มได้


  • การควบคุมอุณหภูมิระหว่างหมัก

หมักที่อุณหภูมิห้อง (20 - 25°C) ประมาณ 1 - 2 วัน จากนั้นนำเข้าตู้เย็นเพื่อชะลอการหมักและช่วยรักษาความสด กิมจิจะเริ่มพร้อมรับประทานหลังหมักในตู้เย็นประมาณ 5 - 7 วัน และยิ่งหมักนาน รสชาติก็จะยิ่งเปรี้ยวขึ้นครับ


4 สูตรกิมจิทำเอง ทำง่าย อร่อยได้ที่บ้าน

กิมจิแต่ละสูตรมีวัตถุดิบและวิธีทำแตกต่างกันเล็กน้อย ใครชอบกิมจิแบบไหน ก็เลือกสูตรที่ถูกใจกันได้เลย

 

1. สูตรกิมจิผักกาดขาวแบบคลาสสิก

สูตรแรกเป็นกิมจิผักกาดขาวที่ทำตามได้ไม่ยาก เหมาะสำหรับคนที่อยากลองทำกิมจิด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก รสชาติสามารถปรับเพิ่มหรือลดความเผ็ด/ความหวานได้ตามชอบ


วัตถุดิบ

  • พริกป่นเกาหลี (โกชูการู) 2 ช้อนโต๊ะ

  • ผักกาดขาว 1 กิโลกรัม

  • เกลือสมุทร 1 ถ้วย

  • น้ำสะอาด 3 ลิตร

  • ขิงปอกเปลือกสับ 50 กรัม

  • หอมแดงสับ 150 กรัม

  • กระเทียมจีนสับ 50 กรัม

  • น้ำปลา 1 ถ้วย

  • น้ำตาลทรายขาว 1/4 ถ้วย


วิธีทำ

  1. ล้างผักกาดขาวให้สะอาด แล้วฉีกหรือหั่นเป็นชิ้นตามขนาดที่ต้องการ
  2. ผสมเกลือกับน้ำสะอาด คนจนเกลือละลาย จากนั้นนำผักกาดขาวลงแช่
  3. ใช้เขียงหรือภาชนะสะอาดกดให้ผักจมน้ำ แช่ไว้ประมาณ 14 - 18 ชั่วโมง
  4. นำผักขึ้นมาล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วพักให้สะเด็ดน้ำ
  5. ใส่ขิง หอมแดง กระเทียม น้ำปลา น้ำตาล และพริกชี้ฟ้าแห้งลงในเครื่องปั่น ปั่นจนส่วนผสมละเอียดเข้ากัน
  6. เทส่วนผสมลงในอ่างผสม ตามด้วยผักกาดขาว ใช้ถุงมือสะอาดคลุกและนวดเบา ๆ ให้เครื่องปรุงเคลือบทั่วผัก
  7. จัดเรียงกิมจิลงในภาชนะสำหรับหมัก กดผักให้แน่นพอประมาณ แล้วปิดฝา
  8. พักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 1 - 2 วัน จากนั้นชิมรสตามชอบ
  9. เมื่อได้รสชาติที่ต้องการแล้ว นำเข้าแช่เย็นเพื่อช่วยรักษารสชาติและความสดใหม่ครับ

2. สูตรกิมจิแตงกวา 

ใครที่ชอบกิมจิรสจัด แต่ก็อยากได้ความสดกรอบของผัก ลองทำ กิมจิแตงกวา หรือ Oi Kimchi กันครับ สูตรนี้ใช้แตงกวาเป็นวัตถุดิบหลัก คลุกกับเครื่องปรุงสไตล์เกาหลี เติมหัวไชเท้า แครอท และต้นหอม ช่วยเพิ่มทั้งรสชาติและความกรอบ ทำไม่ยาก เหมาะสำหรับกินเป็นเครื่องเคียงคู่กับอาหารจานหลักครับ


วัตถุดิบ

  • แตงกวา 5 - 6 ลูก หรือประมาณ 500 กรัม

  • เกลือทะเล 1 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำสะอาด สำหรับล้างแตงกวา


ส่วนผสมสำหรับปรุงรส

  • พริกป่นเกาหลี (โกชูการู) 2 ช้อนโต๊ะ

  • กระเทียมสับ 4 กลีบ

  • ขิงสับ 1 ช้อนชา

  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

  • น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ

  • ต้นหอม 2 ต้น หั่นเป็นท่อน

  • หัวไชเท้า ½ ถ้วย หั่นเป็นเส้น

  • แครอท ½ ถ้วย หั่นเป็นเส้น


วิธีทำ

  1. เริ่มจากล้างแตงกวาให้สะอาด แล้วหั่นเป็นท่อนยาวประมาณ 4 - 5 เซนติเมตร
  2. ผ่าแตงกวาเป็น 4 ส่วนตามยาว โดยเว้นบริเวณโคนไว้เล็กน้อย ไม่ต้องผ่าให้แยกออกจากกัน
  3. โรยเกลือทะเลให้ทั่วแตงกวา คลุกเบา ๆ
  4. เมื่อครบเวลา ล้างแตงกวาด้วยน้ำสะอาด แล้วพักให้สะเด็ดน้ำ
  5. เตรียมน้ำปรุงรสโดยใส่โกชูการู กระเทียม ขิง น้ำปลา น้ำตาล และน้ำส้มสายชูลงในชาม ตามด้วยหัวไชเท้า แครอท และต้นหอม คลุกให้ส่วนผสมเข้ากัน
  6. นำแตงกวาที่เตรียมไว้มาคลุกกับเครื่องปรุง ค่อย ๆ คลึงและยัดส่วนผสมเข้าไปตามร่องที่ผ่าไว้ เพื่อให้รสชาติเข้าเนื้อแตงกวา
  7. จัดแตงกวาที่ปรุงรสแล้วใส่ภาชนะที่มีฝาปิดสนิท เช่น โหลแก้วหรือกล่องสำหรับใส่อาหาร
  8. พักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 1 - 2 วัน เพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าแตงกวา
  9. จากนั้นนำเข้าแช่ตู้เย็น และควรรับประทานภายใน 5 - 7 วัน เพื่อให้ได้กิมจิแตงกวาที่สด กรอบ และรสชาติกำลังดีครับ

3. สูตรกิมจิหัวไชเท้า

อีกหนึ่งเมนูกิมจิที่ทำเองได้ง่าย ๆ คือ กิมจิหัวไชเท้า ครับ สูตรนี้หั่นหัวไชเท้าเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วคลุกกับเครื่องปรุงรสสไตล์เกาหลี ได้ทั้งความกรอบของหัวไชเท้าและรสเผ็ด เค็ม หวานที่เข้ากัน จะกินคู่กับข้าวหรืออาหารเกาหลีก็เหมาะครับ


วัตถุดิบ

  • พริกป่นเกาหลี (โกชูการู) 2 ช้อนโต๊ะ

  • หัวไชเท้า 2 หัว

  • เกลือป่น 3 ช้อนโต๊ะ

  • หอมใหญ่หั่นเต๋า ½ หัว

  • กระเทียม 4 กลีบ

  • ขิงสับ 1 ช้อนชา

  • ข้าวสวยหุงสุกหรือมันฝรั่งบด 1 ช้อนโต๊ะ

  • นมสด 5 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

  • กุ้งฝอยหมักเกลือแบบเกาหลี 3 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำเปล่า ½ ถ้วย


วิธีทำ

  1. ปอกเปลือกหัวไชเท้า ล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นลูกเต๋าขนาดพอดีคำ
  2. ใส่หัวไชเท้าลงในอ่างผสม โรยเกลือ คลุกเคล้าให้ทั่ว แล้วพักไว้ประมาณ 45 - 60 นาที
  3. เมื่อครบเวลา ล้างหัวไชเท้าด้วยน้ำสะอาดเพื่อลดความเค็ม จากนั้นพักให้สะเด็ดน้ำ
  4. ใส่หอมใหญ่ กระเทียม ขิง ข้าวสวยหรือมันฝรั่งบด และนมสดลงในเครื่องปั่น ปั่นจนเนื้อเนียนละเอียด
  5. เทส่วนผสมที่ปั่นแล้วลงในอ่างผสม เติมพริกป่นเกาหลี น้ำตาล น้ำปลา และกุ้งฝอยหมักเกลือ คนให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วพักไว้ประมาณ 5 นาที
  6. ใส่หัวไชเท้าที่สะเด็ดน้ำแล้วลงไป คลุกและนวดเบา ๆ ให้เครื่องปรุงเคลือบทั่วหัวไชเท้า
  7. ชิมรสและปรับเครื่องปรุงตามชอบ จากนั้นตักใส่ขวดโหลหรือภาชนะที่สะอาดและมีฝาปิด
  8. พักกิมจิไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 1 - 2 วัน เพื่อให้เกิดการหมัก จากนั้นนำเข้าแช่ตู้เย็นต่อประมาณ 5 - 7 วัน
  9. เมื่อได้รสชาติที่ต้องการแล้ว สามารถนำออกมารับประทานเป็นเครื่องเคียงได้เลยครับ

 

4. สูตรกิมจิใบกุยช่าย

เปลี่ยนจากผักกาดขาวมาเป็น "ใบกุยช่าย" กันบ้างครับ สูตรนี้มีกลิ่นหอมของกุยช่าย ผสมกับรสเผ็ดกลมกล่อมของโคชูการู และมีงาขาวช่วยเพิ่มความหอมอีกด้วย


วัตถุดิบ

  • ใบกุยช่าย 500 กรัม

  • หอมใหญ่ซอย 1/2 ถ้วย

  • น้ำปลาแอนโชวี่ หรือน้ำปลาอะไรก็ได้ 1/2 ถ้วย

  • โคชูการู หรือพริกป่นหยาบ 1/2 ถ้วยตวง

  • แป้งข้าวเหนียว 1 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย

  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

  • งาขาวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ

  1. เด็ดปลายใบและตัดโคนกุยช่ายออกเล็กน้อย จากนั้นล้างให้สะอาด และพักให้สะเด็ดน้ำ
  2. ผสมแป้งข้าวเหนียวกับน้ำ ตั้งไฟกลาง และคนอย่างต่อเนื่องจนส่วนผสมเดือด จากนั้นเติมน้ำตาล คนให้เข้ากัน ปิดเตา ยกลง แล้วพักส่วนผสมไว้ให้เย็น
  3. หั่นกุยช่ายเป็นท่อนประมาณ 2.5 - 3 นิ้ว
  4. นำกุยช่ายคลุกกับน้ำปลาเบา ๆ แล้วพักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที (พลิกใบกุยช่ายทุก 5 นาที เพื่อให้โดนน้ำปลาทั่วกัน) 
  5. เมื่อครบ 30 นาที ให้นำกุยช่ายขึ้นสะเด็ดน้ำปลา จากนั้นให้ใส่พริกป่นและหอมใหญ่ลงไปในน้ำปลาที่เหลือ คลุกให้เข้ากัน
  6. ค่อย ๆ ใส่กุยช่ายลงไป และคลุกให้เครื่องปรุงเคลือบทั่วใบ
  7. โรยงาขาวคั่ว แล้วจัดใส่ภาชนะ ปิดฝา และนำไปแช่เย็นประมาณ 5 - 7 วัน


เทคนิคการเก็บรักษากิมจิให้รสชาติกลมกล่อมและสดใหม่อยู่เสมอ

หลังจากเราทำกิมจิเสร็จแล้ว วิธีจัดเก็บก็มีส่วนสำคัญต่อทั้งรสชาติ กลิ่น และการหมัก หากเลือกภาชนะไม่เหมาะสม อาจทำให้กลิ่นกระจายในตู้เย็นได้ ดังนั้น ควรเลือกภาชนะที่ออกแบบมาสำหรับอาหารหมักโดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถจัดเก็บและดูแลอาหารได้สะดวกยิ่งขึ้น 

ซึ่งหนึ่งในตัวเลือกที่ช่วยให้การหมักและจัดเก็บกิมจิเป็นเรื่องง่าย คือ ขวดโหลแก้วถนอมอาหาร LocknLock Breathing Glass Container ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับการบ่ม ดอง และหมักอาหาร โดยมีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 2.2 ลิตร รุ่น LNG553 และ 3 ลิตร รุ่น LNG554 สามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับปริมาณกิมจิที่ทำในแต่ละครั้งได้

ตัวขวดมาพร้อม รูระบายอากาศ ที่ช่วยระบายก๊าซซึ่งเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการหมัก พร้อมช่วยลดอากาศจากภายนอกเข้าสู่ภาชนะ และมี Date Tag สำหรับบันทึกวันที่จัดเก็บ ช่วยให้ตรวจสอบและติดตามระยะเวลาการหมักได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังออกแบบช่องเทน้ำมาให้เลือกใช้งาน 2 ขนาด ทั้งแบบกว้างและแบบแคบ เพื่อช่วยควบคุมปริมาณขณะเทได้ง่าย

ด้านการใช้งาน ตัวขวดมีดีไซน์ร่องเว้าด้านข้างที่ช่วยให้จับได้ถนัดมือ พร้อมหูหิ้วที่สามารถปรับระดับขึ้น - ลงได้ จึงสะดวกทั้งตอนหยิบ เคลื่อนย้าย และจัดเก็บ โดยสามารถเลือก ขนาด 2.2 ลิตร สำหรับการทำกิมจิหรืออาหารหมักในปริมาณพอเหมาะสำหรับรับประทานในครัวเรือน หรือเลือก ขนาด 3 ลิตร หากต้องการทำกิมจิครั้งละมากขึ้นและเก็บไว้รับประทานหลายมื้อ

รายละเอียดขนาด

  • 2.2 L. รุ่น LNG553 ความจุ 2,200 ml. ขนาด ก. 11.5 × ย. 11.5 × ส. 26 ซม.

🛒 สั่งซื้อได้ที่ : Link

  • 3 L. รุ่น LNG554 ความจุ 3,000 ml. ขนาด ก. 12.5 × ย. 12.5 × ส. 29 ซม.

🛒 สั่งซื้อได้ที่ : Link


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

จะรู้ได้อย่างไรว่ากิมจิเสียแล้ว ?

กิมจิที่เสียจะมีราสีขาวหรือสีดำขึ้นบริเวณด้านบน หากพบว่ามีรา ควรทิ้งกิมจิทั้งหมด ไม่ควรตักเฉพาะส่วนที่ขึ้นราออก เพราะส่วนที่เหลืออาจมีเชื้อราที่มองไม่เห็นปนอยู่ด้วย ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายและทำให้ท้องเสียรุนแรงได้

ช่วงเวลาที่เหมาะในการหมักกิมจิ และนำมารับประทานคือช่วงไหน ?

กิมจิใช้เวลาหมักไม่นาน ถ้าตั้งไว้ที่อุณหภูมิห้องแค่ 1 - 2 วันก็เปรี้ยวพร้อมทานแล้ว หรือใส่ตู้เย็นก็จะใช้เวลาประมาณ 3 - 4 วัน

หากอยากได้รสชาติที่อร่อยและดีที่สุด แนะนำให้เก็บไว้ในตู้เย็นแล้วทานให้หมดภายใน 2 สัปดาห์ เพราะถ้าเก็บไว้นานกว่านั้น รสชาติและคุณภาพจะเริ่มดรอปลงครับ


บทสรุป

การทำกิมจิให้อร่อย กรอบนาน และรสชาติไม่เปรี้ยวโดด หัวใจสำคัญอยู่ที่การเตรียมผักและควบคุมความชื้นให้ดี รวมถึงการเลือกภาชนะจัดเก็บที่เหมาะสมกับการหมักดองโดยเฉพาะ

อย่างขวดโหลแก้ว LocknLock Breathing Glass Container ที่มีรูระบายก๊าซและ Date Tag ช่วยให้การทำกิมจิโฮมเมดเป็นเรื่องง่าย ได้รสชาติอร่อยสดใหม่เหมือนกินที่เกาหลีแน่นอนครับ !

 

Back to blog

Leave a comment

Please note, comments need to be approved before they are published.