การแช่แข็ง คือ วิธีถนอมอาหารที่ดีที่สุด แต่ถ้าทำผิดวิธี จากการถนอมอาหารจะกลายเป็นการทำลายอาหารแทน โดยเฉพาะเจ้า Freezer Burn ที่คอยสูดความชุ่มชื้นออกจากวัตถุดิบจนแห้งเหี่ยวและเสียรสชาติ ใครที่กำลังเจอปัญหานี้อยู่หยุดกังวลได้เลย พี่ล็อกสรุปวิธีป้องกันแบบเข้าใจง่ายมาให้แล้ว ต่อจากนี้อาหารที่แช่ไว้จะสดใหม่ หยิบออกมาทำอาหารเมื่อไหร่ก็อร่อยชัวร์
Freezer Burn คืออะไร ? ทำไมผิวอาหารแช่แข็งถึงแห้งกร้านและเสียรสชาติ
เคยไหมที่อุตส่าห์ตั้งใจเก็บวัตถุดิบชั้นดีเอาไว้ในช่องแช่แข็ง เพื่อรอวันหยิบมารังสรรค์เมนูสุดพิเศษ แต่พอเปิดประตูตู้เย็นออกมากลับต้องเจอชิ้นเนื้อหรือผักที่ดูแห้งกร้าน สีสันซีดเซียวไม่น่าทานเอาเสียเลย อาการแบบนี้ในโลกของการทำอาหารเรียกว่า Freezer Burn ซึ่งพี่ล็อกบอกเลยว่า เป็นศัตรูตัวร้ายที่แอบขโมยความสดใหม่และทำลายรสชาติสัมผัสของอาหารจานโปรดไปอย่างน่าเสียดาย
1. กลไกการเกิด Freezer Burn เมื่อความชื้นในอาหารกลายเป็นน้ำแข็ง
ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากการที่ความชื้นหรือโมเลกุลของน้ำภายในเนื้อเยื่ออาหาร เดินทางออกมาที่ผิวหน้า แล้วระเหยกลายเป็นไอในสภาพแวดล้อมที่เย็นจัดและแห้งของช่องแช่แข็ง
ซึ่งกระบวนการระเหย โดยไม่ผ่านสถานะของเหลวนี้เรียกว่า การระเหิด ส่งผลให้เซลล์อาหารสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว ทำให้อากาศภายนอกเข้าไปแทนที่จนเนื้อเยื่อแห้งกร้าน หดตัว และเกิดความเสียหายในระดับโมเลกุลจนสูญเสียรสชาติแท้จริงไป

2. สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าอาหารของคุณโดน Freezer Burn เล่นงานเข้าแล้ว
การหมั่นสังเกตสภาพของวัตถุดิบที่แช่ทิ้งไว้เป็นเวลานานจะช่วยให้รู้เท่าทันความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยพี่ล็อกสรุปจุดสังเกตหลักๆ ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและสัมผัสได้จากกลิ่นและรส ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยชัดเจนว่า วัตถุดิบชิ้นนั้นเริ่มหมดสภาพและเสื่อมคุณภาพลงไปเรียบร้อยแล้ว
- เกล็ดเกาะหนา ผลึกน้ำแข็งสีขาวขุ่นบนผิวอาหาร
สัญญาณแรกที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ การก่อตัวของเกล็ดน้ำแข็งสีขาวขุ่นหนาทึบที่เกาะอยู่ตามผิวหน้าของอาหารหรือกระจายอยู่ทั่วภายในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งผลึกเหล่านี้ คือ ความชื้นที่ระเหิดออกมาจากตัวอาหารแล้วกลั่นตัวเป็นน้ำแข็งเกาะอยู่ด้านนอก ยิ่งปล่อยไว้นานเท่าไหร่ ผลึกน้ำแข็งจะยิ่งหนาขึ้น และนั่นหมายความว่าเนื้อสัมผัสภายในก็จะยิ่งแห้งผากมากขึ้นเท่านั้น
- เนื้อสัมผัสเปลี่ยน สีซีดเซียว และกลิ่นเหม็นหืน
เมื่อความชื้นหายไปและมีอากาศเข้าไปแทนที่ ออกซิเจนจะเริ่มทำปฏิกิริยากับไขมันและเม็ดสีในอาหาร ส่งผลให้เนื้อสัตว์เปลี่ยนจากสีแดงสดกลายเป็นสีน้ำตาลเทาซีดเซียว ผักผลไม้เหี่ยวแห้งไร้ชีวิตชีวา แถมยังตามมาด้วยกลิ่นเหม็นหืนของไขมันที่ถูกออกซิไดซ์ ซึ่งต่อให้พยายามนำไปปรุงอาหารด้วยกรรมวิธีใด รสชาติอันยอดเยี่ยมและเนื้อสัมผัสที่เคยนุ่มละมุนก็ไม่มีวันกลับคืนมาเหมือนเดิม

4 เทคนิคแช่แข็งอาหารอย่างไร ไม่ให้เกิด Freezer Burn
การตุนวัตถุดิบไว้เต็มตู้เย็น เพื่อเตรียมรังสรรค์เมนูโปรดอาจกลายเป็นฝันร้ายได้ง่ายๆ ถ้าเปิดช่องฟรีซมาแล้วเจอเกล็ดน้ำแข็งเกาะหนาจนเนื้อสัตว์แห้งกรังและเสียรสชาติ ซึ่งเจ้าอาการ Freezer Burn นี้ คือ ตัวการทำลายอรรถรสในการกิน พี่ล็อกเลยหยิบเทคนิคเด็ดที่จะช่วยล็อกความสดใหม่ของอาหารให้อยู่หมัดเหมือนเพิ่งซื้อมาใหม่ๆ มาฝากกัน
เทคนิคที่ 1 : รีดอากาศออกให้หมด (Air is the Enemy)
ตัวการหลักที่ทำให้เกิดรอยฝ้าขาวและเนื้อสัมผัสที่แห้งกระด้าง คือ อากาศที่เข้าไปสัมผัสกับผิวอาหารโดยตรง ดังนั้นทุกครั้งก่อนจะนำวัตถุดิบจัดเก็บลงในถุงซิปล็อกหรือกล่องถนอมอาหาร พี่ล็อกแนะนำให้ไล่ลมและรีดอากาศออกให้ได้มากที่สุดจนแนบสนิทกับตัวอาหาร หรือถ้าใช้เครื่องซีลสูญญากาศได้จะยิ่งเพอร์เฟกต์ เพราะเป็นการตัดโอกาสไม่ให้ความชื้นในเนื้อสัตว์ระเหยออกไปกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่รอบๆ ถุง
เทคนิคที่ 2 : ควบคุมอุณหภูมิช่องฟรีซให้คงที่และเย็นจัด
ความเย็นที่ไม่สม่ำเสมอจากการเปิด-ปิดตู้เย็นบ่อยๆ หรือการตั้งค่าอุณหภูมิที่ไม่เย็นพอ จะทำให้เกล็ดน้ำแข็งละลายแล้วจับตัวกันใหม่จนทำลายเซลล์ของเนื้อสัตว์และเกิด Freezer Burn ได้ง่ายขึ้น พี่ล็อกจึงต้องเช็กให้ชัวร์ว่า ช่องแช่แข็งมีความเย็นจัดคงที่อย่างน้อยลบ 18 องศาเซลเซียส และพยายามจัดเรียงของให้เป็นระเบียบ ไม่ยัดจนแน่นเกินไป เพื่อให้ลมเย็นสามารถหมุนเวียนได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพสูงสุด
เทคนิคที่ 3 : ลดอุณหภูมิอาหารให้เย็นลงก่อนนำเข้าตู้เย็น
หลายคนมักพลาดท่าเอาอาหารที่เพิ่งปรุงสุกร้อนๆ ยัดเข้าช่องฟรีซทันที ซึ่งไอร้อนเหล่านั้นจะกลายเป็นหยดน้ำเกาะตามขอบภาชนะแล้วเปลี่ยนเป็นเกล็ดน้ำแข็งทำลายเนื้อสัมผัสอาหาร แถมยังทำให้ดึงอุณหภูมิรอบข้างให้สูงขึ้นจนของชิ้นอื่นพลอยเสียหายไปด้วย เทคนิคของพี่ล็อก คือ การพักอาหารให้เย็นลงในอุณหภูมิห้อง แล้วจึงค่อยส่งเข้ากระบวนการแช่แข็งอย่างถูกวิธี
เทคนิคที่ 4 : แบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กๆ พอดีทาน (Portion Control)
การแช่แข็งเนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่ๆ รวมกันในถุงเดียวทำให้ต้องนำออกมาละลายทั้งหมดเมื่อจะใช้งาน และการนำส่วนที่เหลือกลับไปแช่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าถือเป็นการเร่งให้เกิด Freezer Burn ได้รวดเร็วที่สุด วิธีแก้ที่ง่ายและได้ผลดีเยี่ยม คือ การแบ่งอาหารออกเป็นส่วนๆ ขนาดพอดีสำหรับการทำทานในหนึ่งมื้อ หยิบใช้สะดวก ไม่ต้องเสียเวลาละลายส่วนที่ไม่จำเป็น และช่วยรักษาคุณภาพความสดใหม่ของวัตถุดิบส่วนที่เหลือให้ยาวนานขึ้นด้วย

ล็อกความสด มั่นใจทุกมื้อ ด้วยกล่องถนอมอาหารสำหรับแช่ช่องฟรีซโดยเฉพาะ
การจัดสรรพื้นที่ในช่องแช่แข็งให้เป็นระเบียบและคงความสดใหม่ของวัตถุดิบได้ยาวนาน คือ เคล็ดลับสำคัญที่ช่วยให้การรังสรรค์เมนูโปรดของพี่ล็อกในแต่ละวันทำได้อย่างรวดเร็วและคงรสชาติที่ดีที่สุด ราวกับเพิ่งซื้อวัตถุดิบมาใหม่จากตลาด ซึ่งกล่องถนอมอาหารสำหรับแช่ช่องฟรีซ (ช่องแข็ง) ชิ้นนี้ คือ ไอเทมลับที่เข้ามาเปลี่ยนตู้เย็นที่วุ่นวายให้กลายเป็นคลังแสงของคนรักการทำอาหารอย่างแท้จริง
หมดปัญหาการลืมวันหมดอายุหรือจำไม่ได้ว่ากล่องไหนคืออะไรด้วยกิมมิกสุดล้ำอย่าง Label Clip ที่สามารถเขียนโน้ตเตือนความจำและรายละเอียดของวัตถุดิบลงไปได้ และยังลบออก เพื่อเขียนใหม่ได้อย่างง่ายดาย ช่วยให้การบริหารจัดการวัตถุดิบในช่องแช่แข็งเป็นเรื่องสนุกและเป็นระบบระเบียบมากขึ้นกว่าเดิม
ความสะดวกสบายยังถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยดีไซน์ตัวกล่องที่โปร่งใสเคลียร์ชัด จนสามารถมองเห็นอาหารและวัตถุดิบด้านในได้อย่างทะลุปรุโปร่งโดยไม่ต้องคอยเปิดฝาลุ้น ช่วยประหยัดเวลาในการรื้อหาของเพื่อเอามาทำอาหาร และทำให้ภาพรวมของตู้เย็นดูสะอาดตาน่ามองน่าใช้งานทุกครั้งที่เปิด
นอกจากนี้ เรื่องความปลอดภัยในอาหารเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เด็ดขาด กล่องรุ่นนี้ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูงไร้สาร BPA ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย 100% มั่นใจได้เต็มร้อยว่า ไม่มีสารเคมีตกค้างปนเปื้อนลงไปในอาหารอย่างแน่นอน แม้จะต้องผ่านความเย็นจัดในช่องฟรีซหรือความร้อนจัดจากไมโครเวฟก็ตาม
ปิดท้าย ด้วยความยืดหยุ่นในการใช้งานจริงที่มีมาให้เลือกหลากหลายขนาดตามความต้องการ ไม่ว่าจะเก็บเนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่ ผักหั่นพร้อมปรุง หรืออาหารปรุงสุกที่แบ่งไว้ทานทีละมื้อ ก็สามารถเลือกขนาดกล่องที่เหมาะสม เพื่อจัดวางเรียงซ้อนกันได้อย่างลงตัวและประหยัดพื้นที่ในตู้เย็นได้สูงสุด
- กล่องถนอมอาหารสำหรับแช่ช่องฟรีซ (ช่องแข็ง)
- มี Label Clip โน๊ตเตือนความจำแบบลบได้
- ตัวกล่องใสมองเห็นอาหารได้อย่างชัดเจน
- สามารถนำเข้าไมโครเวฟ และเครื่องล้างจาน
- ไร้สาร BPA ปลอดภัยต่อร่างกาย ใช้งานได้อย่างมั่นใจ
- มีหลายขนาดตอบโจทย์ทุกความต้องการ
สั่งซื้อได้ที่ : Link
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
|
Freezer Burn ส่งผลอย่างไร ? |
Freezer Burn ไม่ได้ทำให้อาหารบูดเน่าจนอันตราย แต่จะทำให้อาหารแห้งกระด้าง สีซีดจาง และเสียรสชาติอย่างรุนแรงจากการสูญเสียความชื้นในช่องแช่แข็ง |
|
อาการ Freezer Burn ? |
Freezer Burn คือ ภาวะที่อาหารแช่แข็งเสียความชุ่มชื้นและสัมผัสกับอากาศ ทำให้อาหารแห้ง มีเกล็ดน้ำแข็งเกาะ และอาหารเปลี่ยนเป็นสีขาวหรือน้ำตาลเทา แม้ทานได้ไม่เป็นอันตราย แต่รสชาติและเนื้อสัมผัสจะดรอปลงอย่างมาก |
บทสรุป
การป้องกัน Freezer burn ไม่ใช่แค่เรื่องของการถนอมอาหารให้ยาวนานขึ้น แต่เป็นการให้เกียรติและรักษาคุณค่าของวัตถุดิบเหล่านั้นเอาไว้ สำหรับพี่ล็อกแล้ว ไม่มีอะไรน่าเสียดายไปกว่าการที่เนื้อสัมผัสดีๆ หรือรสชาติอันยอดเยี่ยมต้องถูกทำลายไปเพียงเพราะความเย็นที่ขาดการควบคุม
แค่เปลี่ยนมาใช้ภาชนะที่ปิดสนิท ไล่อากาศออกให้หมด และหมั่นตรวจสอบอุณหภูมิในช่องฟรีซอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้วัตถุดิบทุกชิ้นก็จะยังคงความสดใหม่ ล็อกความฉ่ำ และพร้อมที่จะถูกรังสรรค์เป็นเมนูจานโปรดที่อร่อยสมบูรณ์แบบได้ทุกเมื่อตามที่ใจต้องการ