10 ท่าออกกำลังกายพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น ทำตามง่าย เห็นผลจริง

10 ท่าออกกำลังกายพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น ทำตามง่าย เห็นผลจริง

เรื่องของสุขภาพไม่มีคำว่า สายเกินไป ! สำหรับใครที่กำลังมองหาจุดเริ่มต้นในการดูแลรูปร่างและเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้กับตัวเอง ห้ามพลาดบทความนี้เลย เพราะวันนี้พี่ล็อกคัดท่าออกกำลังกายง่ายๆ ที่ทำเองได้ที่บ้านมาฝาก รับรองว่า ทำตามได้ไม่ยาก แถมยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แต่ก่อนเริ่ม พี่ล็อกอยากแนะนำให้วอร์มอัพเบาๆ ประมาณ 5 - 10 นาทีนะครับ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อม และช่วยลดโอกาสบาดเจ็บระหว่างออกกำลังกาย


แจกโพย 10 ท่าออกกำลังกายพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น

1. ท่ากระโดดตบ

กระโดดตบ คือ ท่าออกกำลังกายพื้นฐานที่ทุกคนรู้จักกันดี ซึ่งมีทั้งรูปแบบการตบมือเหนือศีรษะและตบมือใต้ข้อพับเข่า โดยท่านี้มีประโยชน์อย่างมากในการช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตและเพิ่มความแข็งแรงให้กับหัวใจ พร้อมทั้งช่วยกระชับกล้ามเนื้อแขนและขาให้เฟิร์มขึ้น ซึ่งจำนวนที่เหมาะสมในการฝึก คือ ทำเซตละประมาณ 20 ครั้ง

 

2. ท่ากระโดดข้าง

ท่าบริหารสะโพกและข้อเท้าที่ทำได้ง่ายๆ เริ่มต้นด้วยการยืนเท้าชิดและงอแขนทำมุม 90 องศา จากนั้นให้ใช้แรงส่งจากปลายเท้ากระโดดสไลด์ตัวไปทางซ้ายและขวาสลับกันไปมา โดยพยายามรักษาให้เท้าทั้งสองข้างชิดกันอยู่เสมอ แนะนำให้ทำต่อเนื่องเซตละประมาณ 20 ครั้ง

3. ท่ากระโดดกางแขนแตะพื้น

สำหรับคนที่ไม่ชอบการออกกำลังกายแบบมีแรงกระแทก ท่านี้ตอบโจทย์มาก เพราะสามารถยืนทำได้ง่ายๆ เพียงเริ่มต้นด้วยการยืนกางแขนและขาออกให้กว้างจนรูปร่างคล้ายดาว จากนั้นให้เอียงลำตัวไปทางขวาจนมือขวาแตะถึงพื้น แล้วดึงตัวกลับมาตรงท่าเริ่ม ก่อนจะเอียงไปทางซ้าย เพื่อให้มือซ้ายแตะพื้นแทน ทำสลับซ้าย-ขวาไปเรื่อยๆ จนครบเซต เซตละประมาณ 15 ครั้ง

 

4. ท่าวิดพื้น

ท่านี้ต้องอาศัยพละกำลังของแขน ในการดันตัวขึ้นจากพื้นและลดแขนลง โดยทำสลับกันประมาณ 10 ครั้ง สำหรับมือใหม่ที่ยังวิดพื้นแบบเต็มตัวไม่ไหว สามารถเริ่มจากการวิดพื้นแบบวางเข่ากับพื้นก่อนได้ครับ โดยทำสลับกันประมาณ 10 ครั้ง หรือทำเท่าที่ร่างกายไหวก่อน แล้วค่อยเพิ่มจำนวนเมื่อแข็งแรงขึ้น

5. ท่าปั่นจักรยานอากาศ

ท่าออกกำลังกายสุดง่าย เพียงแค่นอนหงายแล้วยกขาขึ้นปั่นจักรยานกลางอากาศ โดยทำเป็นประจำเซตละ 30 - 50 ครั้ง ก็จะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

6. ท่ายกขาค้าง

นอนลงแล้วยกขาทั้งสองข้างขึ้นทำมุม 45 องศากับพื้น จากนั้นเกร็งค้างไว้ประมาณ 2 - 3 วินาที โดยทำติดต่อกันเซตละ 20 ครั้ง หากหมั่นทำอย่างต่อเนื่อง ท่านี้จะช่วยกระชับและลดไขมันหน้าท้องได้อย่างเห็นผล

7. ท่ากางขาค้าง

สำหรับท่าบริหารนี้จะมีลักษณะคล้ายกับการยกขาค้าง โดยเริ่มจากยกขาขึ้นทำมุม 45 องศา จากนั้นให้กางขาทั้งสองข้างออกไปทางด้านข้างแล้วเกร็งค้างไว้ประมาณ 2 - 3 วินาทีต่อครั้ง โดยแนะนำให้ทำต่อเนื่องกันประมาณ 20 ครั้งต่อหนึ่งเซต

 

8. ท่าเหยียดขาเหยียดแขน

ท่าออกกำลังกาย เพื่อฝึกความมั่นคงของแกนกลางลำตัวที่ทำตามได้ง่ายๆ เพียงเริ่มต้นในท่าคลาน (คุกเข่าและวางมือทั้งสองข้างลงบนพื้น) จากนั้น ให้เหยียดแขนซ้ายตรงไปด้านหน้า พร้อมกับเหยียดขาขวาตรงไปข้างหลังในระดับเดียวกัน รักษาแนวคอให้ตรง ไม่ก้มหรือเงยหน้า ค้างท่านี้ไว้ประมาณ 2 - 3 วินาที แล้วจึงสลับทำอีกข้าง ฝึกฝนให้ครบเซต เซตละประมาณ 20 ครั้ง

9. ท่าสควอท

การทำสควอท เพื่อปั้นสะโพกให้สวยและเสริมสร้างกล้ามเนื้อช่วงล่างให้แข็งแรงนั้นมีวิธีง่ายๆ เพียงแค่ยืนตรง ยื่นแขนทั้งสองข้างไปด้านหน้า เพื่อช่วยทรงตัว จากนั้น ย่อตัวลงต่ำจนกระทั่งต้นขาขนานกับพื้น แล้วเกร็งค้างไว้ในท่านั้นประมาณ 2 - 3 วินาที โดยแนะนำให้ทำต่อเนื่องเซตละประมาณ 20 ครั้ง

 

10. ท่ากระโดดสควอท

สำหรับใครที่เริ่มคุ้นเคยกับสควอทแล้ว และต้องการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้มากยิ่งขึ้น ท่ากระโดดสควอท คือ ทางเลือกที่ตอบโจทย์ โดยมีวิธีการฝึกที่ง่ายมาก เพียงแค่ตั้งท่าและย่อตัวลงเหมือนการสควอทตามปกติ แต่ในจังหวะที่จะยืดตัวขึ้น ให้เพิ่มแรงส่งด้วยการกระโดดตัวขึ้นเหนือพื้น จากนั้น เมื่อเท้าแตะพื้นให้ย่อตัวกลับลงสู่ท่าสควอทเริ่มต้นทันที เพื่อลดแรงกระแทก โดยแนะนำให้ฝึกต่อเนื่องเซตละประมาณ 12 ครั้ง


ไอเทมคู่ใจสาย Fit & Firm ที่บ้าน LocknLock Active Large Bottle

เพื่อนคู่ใจของสายกิจกรรมและคนรักการออกกำลังกาย ด้วยกระบอกน้ำ LocknLock Active Large Bottle รุ่น HAP941 ความจุเต็มอิ่มถึง 1.5 ลิตร ที่ช่วยให้หมดกังวลเรื่องร่างกายขาดน้ำ พร้อมเติมความสดชื่นได้ตลอดวันแม้ในยามเสียเหงื่อ ตัวขวดดีไซน์มา เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะกีฬาในร่มหรือกลางแจ้ง โดดเด่นด้วยฟังก์ชันบอกเวลาข้างขวดที่ช่วยเตือนให้ดื่มน้ำได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังพกพาง่ายด้วยหูหิ้วในตัว ตัวขวดจับถนัดมือไม่ลื่นหลุด และมีปากกระบอกที่กว้าง เพื่อให้ล้างทำความสะอาดได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็ว

  • ตัวช่วยในการออกกำลังกาย ช่วยเพิ่มความสดชื่น แม้เสียเหงื่อ
  • ความจุ 1.5 ลิตร ไม่ต้องกังวลว่า ร่างกายจะขาดน้ำ
  • เหมาะสำหรับสายกิจกรรม ไม่ว่าจะกีฬาในร่ม หรือกลางแจ้ง
  • มีตัวบอกเวลาอยู่ข้างขวด ช่วยเตือนให้ไม่ลืมดื่มน้ำ
  • จับถนัดมือ ไม่ต้องกลัวหลุด
  • หูหิ้วพกพาสะดวก
  • ปากกระบอกกว้าง ทำความสะอาดได้ง่าย

🛒 สั่งซื้อได้ที่ : Link


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ปวดเข่าออกกำลังกายได้ไหม ?

ได้ แต่แนะนำให้ออกกำลังกายด้วยการเดินด้วยความเร็วพอสมควร คือ ขณะเดินสามารถที่จะพูดกับเพื่อนได้ โดยที่ไม่หอบ หรือไม่เหนื่อยจนเกินไป

แต่หากต้องการให้เซฟข้อเข่ามากที่สุด แนะนำเป็นการเดินในน้ำ เพราะน้ำจะช่วยพยุงน้ำหนักตัวเอาไว้นั่นเอง

อายุ 70 ควรออกกำลังกายแบบไหน ?

วิธีออกกําลังกายที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ มีดังนี้

  1. เดินพร้อมแกว่งแขนเบาๆ

  2. ออกกำลังกายในน้ำ (ธาราบำบัด)

  3. ออกกำลังกายด้วยยางยืด

  4. ลุก-นั่งบนเก้าอี้

  5. รำไทเก็ก หรือชี่กง


บทสรุป

เราสามารถสร้างสุขภาพที่ดีได้ง่ายๆ จากทุกที่ เพียงเริ่มต้นด้วยความตั้งใจ ค่อยๆ ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ และให้เวลากับร่างกายได้ปรับตัว ผลลัพธ์ที่งดงามทั้งความแข็งแรง รูปร่างที่กระชับ และสุขภาพที่เปี่ยมไปด้วยพลังจะเกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอนครับ

 

Back to blog

Leave a comment

Please note, comments need to be approved before they are published.