ในฐานะคนที่หลงใหลในการทำอาหาร พี่ล็อกให้ความสำคัญกับ 'รสสัมผัส' และ 'ประโยชน์' ของวัตถุดิบเสมอ ชาก็เป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวเป็นอย่างมาก แต่การดื่มชาให้ได้คุณค่าสารอาหารครบถ้วนโดยไม่ทำลายระบบร่างกายนั้น มีรายละเอียดที่หลายคนอาจมองข้ามไป
พี่ล็อกสรุป 6 ข้อที่ต้องรู้มาให้เข้าใจง่ายๆ ตั้งแต่เรื่องเวลาที่เหมาะสม ไปจนถึงการใช้อุปกรณ์ชงชาที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้น เพื่อให้การดื่มชาในทุกๆ วันเป็นเรื่องของสุขภาพและความสุนทรีย์อย่างแท้จริง
6 เรื่องที่สายชาต้องรู้ เพื่อดื่มชาให้ได้ประโยชน์สูงสุด
การจิบชาท่ามกลางบรรยากาศดีๆ เป็นความสุขที่พี่ล็อกอยากให้ทุกคนได้สัมผัสไปพร้อมกับสุขภาพที่ยอดเยี่ยม เพราะศิลปะ "การดื่มชา" ไม่ได้หยุดอยู่แค่กลิ่นหอมหรือรสชาติที่ละมุนลิ้นเท่านั้น แต่ยังมีดีเทลเล็กๆ ที่จะช่วยดึงพลังจากใบชาออกมาให้ถึงขีดสุด
พี่ล็อกเลยสรุป 6 เคล็ดลับแบบเน้นๆ มาให้สายดื่มตัวจริงได้ลองไปปรับใช้ดู เพื่อให้ทุกถ้วยหลังจากนี้จะทำให้รู้สึกดีได้กว่าที่เคย

1. ควรดื่มชาที่ชงร้อนใหม่ๆ
ทุกครั้งที่พี่ล็อกชงชาจะเน้นความสดใหม่เสมอ เพราะการดื่มชาตอนชงเสร็จใหม่ๆ คือ ช่วงเวลาทองที่ร่างกายจะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระอย่างคาเตชินและกรดอะมิโนที่สำคัญแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย หากปล่อยทิ้งไว้นานจนเย็นชืดนอกจากรสชาติจะเปลี่ยนแล้ว คุณค่าทางสารอาหารที่ควรจะได้ก็ลดน้อยลงตามเวลาไปด้วย การดื่มแบบชงเสร็จใหม่ๆ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเติมพลังความสดชื่นให้ร่างกายในทุกวัน
2. หลีกเลี่ยงการชงชาใส่นม
พี่ล็อกเข้าใจดีว่า ชานมนั้น..หอมหวานยวนใจแค่ไหน แต่ถ้าอยากได้ประโยชน์จากชาแบบเน้นๆ การเลี่ยงที่จะไม่เติมนม เป็นทางออกที่ถูกต้อง เนื่องจากโปรตีนในนมจะเข้าไปจับกับสารต้านอนุมูลอิสระในชา ทำให้ประสิทธิภาพในการดูแลร่างกายลดลงอย่างน่าเสียดาย หากอยากเพิ่มมิติของรสชาติ พี่ล็อกแนะนำให้ลองหันมาจิบชาแบบเพียวๆ เพื่อสัมผัสถึงความซับซ้อนของกลิ่นจากธรรมชาติแทนจะดีกว่า
3. เลี่ยงการดื่มชาร้อนจัด
บรรยากาศการดื่มชาที่ผ่อนคลายไม่ควรแลกมาด้วยความเสี่ยงต่อสุขภาพ พี่ล็อกมักจะรอให้อุณหภูมิชาลดลงมาอยู่ในระดับที่พอดีเสมอ เพราะการดื่มชาที่ร้อนจัดเกิน 65 องศาเซลเซียสติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจส่งผลเสียต่อเยื่อบุหลอดอาหารและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคที่ไม่มีใครอยากให้เกิด การจิบชาในอุณหภูมิที่อุ่นกำลังดีนอกจากจะปลอดภัยแล้ว ยังช่วยให้ลิ้นรับรสชาติของชาได้ชัดเจนและละเมียดละไมมากขึ้นอีกด้วย
4. ดื่มหลังอาหาร 2-3 ชั่วโมง
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการดื่มชามากที่สุด คือ หลังจากทานอาหารมื้ออร่อยไปแล้วประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ทำหน้าที่ย่อยสารอาหารหลักให้เรียบร้อยก่อน การจิบชาในช่วงนี้จะช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้ลื่นไหลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่า ชาจะเข้าไปขัดขวางการดูดซึมสารอาหารจำเป็นบางชนิดที่ร่างกายเพิ่งได้รับไปจากมื้อหลัก ถือเป็นการจบมื้ออาหารที่สมบูรณ์

5. อย่าดื่มชาแทนน้ำเปล่าและงดหลัง 5 โมงเย็น
แม้พี่ล็อกจะหลงใหลในชาแค่ไหนแต่ก็ยังยกให้น้ำเปล่าเป็นอันดับหนึ่งในการเติมความชุ่มชื้นให้ร่างกายเสมอ เพราะในชามีคาเฟอีนที่อาจรบกวนการนอนหลับหากดื่มในช่วงเย็นหรือหลัง 5 โมงเย็นเป็นต้นไป รวมถึงอาจส่งผลต่อการดูดซึมธาตุเหล็กถ้าดื่มในปริมาณที่มากเกินพอดี การจำกัดปริมาณการดื่มชาอย่างเหมาะสมและเลือกดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ จึงเป็นสมดุลที่ช่วยให้ร่างกายสดใสและพักผ่อนได้อย่างเต็มอิ่ม
6. ประโยชน์ของชาแต่ละชนิด มีความแตกต่างกัน
เสน่ห์ของชา คือ ความหลากหลายที่มีให้เลือกตามความต้องการในแต่ละวัน พี่ล็อกมักจะเลือกชาเขียวเมื่อต้องการกระตุ้นการเผาผลาญและดูแลระดับคอเลสเตอรอล หรือหยิบชาขาวมาจิบเพื่อเน้นการต้านอนุมูลอิสระให้ผิวพรรณดูดี ส่วนวันไหนที่ลุยงานหนักจนอยากพักผ่อน ชาคาโมมายล์เป็นอีกหนึ่งไอเทมลับที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้อย่างเหลือเชื่อ การเลือกชนิดของชาให้แมตช์กับไลฟ์สไตล์ในแต่ละช่วงเวลาจึงเป็นเคล็ดลับความสนุกที่สายชาไม่ควรพลาด

ป้ายยาไอเทมชงชาที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น อย่างแก้วน้ำดีไซน์หวานละมุนจาก LocknLock
แก้วที่ช่วยสร้าง Good Vibes Only ในการดื่มชาที่แท้จริง ด้วยดีไซน์สีหวานละมุนที่มองแล้วใจฟูสุดๆ แถมยังมีกิมมิกน่ารักอย่างพวงกุญแจดอกเดซี่ที่ช่วยยกระดับลุคให้ดูเป็นเทรนด์เซตเตอร์ขึ้นมาทันที ไหนจะฟังก์ชันหูจับที่หมุนปรับองศาได้ตามถนัด วางมุมไหนก็เป๊ะทุกมุม และที่ถูกใจสายรักสุขภาพที่สุดต้องยกให้ที่มีที่กรองชาในตัว จะครีเอตสูตร Infused Water หรือชาร้อนเกรดพรีเมียมก็ทำได้จบในใบเดียว ไอเทมนี้ คือ ส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างงานดีไซน์และไลฟ์สไตล์ที่พี่ล็อกอยากแชร์ให้ทุกคนได้ลองสัมผัส
✅ แก้วน้ำดีไซน์หวานละมุน
✅ มาพร้อมพวงกุญแจดอกเดซี่
✅ หูจับหมุนปรับได้
✅ มีที่กรองชาในตัว
🛒 สั่งซื้อได้ที่ : Link
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
|
ดื่มชาทุกวันดีไหม ? |
ดื่มได้และดีต่อใจ เพราะชาอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบและบำรุงหัวใจ แต่ควรดื่มแบบไม่ใส่น้ำตาลและระวังปริมาณคาเฟอีนไม่ให้มากเกินไป เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดโดยไม่กระทบการนอนหลับ |
|
ดื่มชาเขียวตอนไหนดี ? |
การดื่มชาเขียวให้ได้ผลดีที่สุด คือ หลังอาหารเช้าหรือเที่ยงประมาณ 30-60 นาที |
บทสรุป
เมื่อเข้าใจพื้นฐานทั้ง 6 ข้อนี้แล้ว จะพบว่า การเปลี่ยนนิสัยเล็กๆ น้อยๆ อย่างการเช็กอุณหภูมิน้ำ หรือการเลือกเวลาดื่มที่ไม่รบกวนการดูดซึมสารอาหาร สามารถยกระดับไลฟ์สไตล์ให้พรีเมียมขึ้นได้ทันตาเห็น
พี่ล็อกหวังว่า ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ทุกแก้วต่อจากนี้เป็นแก้วที่ลงตัวที่สุดสำหรับทุกคน ส่วนตอนนี้พี่ล็อกขอตัวไปหยิบแก้วคู่ใจมาจิบชาอุ่นๆ พักสมองก่อน แล้วเจอกันในโพสต์หน้ากับสูตรลับและความประทับใจครั้งใหม่ที่พี่ล็อกเตรียมมาฝากแน่นอน